จิม ผู้ชายทีน่าค้นหา  (26 views)

What is จิม doing now?

หาพนักงานสาวสุดเซ็กซี่"""อยู่
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

46

Location

Thailand

Birthday

July 17
 
Advertisement

Info

Age

46

Birthday

July 17

Location

Thailand

 

Interests

Favorite Music

 

hi5 Games

Play hi5 Games

จิม hasn't played any games recently.

Applications

Browse Applications

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

Rockyou Pets
Adopt a pet! Pet it, take care of it, pimp it out with all sorts of cute and cool accessories.

Barn Buddy
Look after your friends' farms and grow some crops together! Or be naughty, steal their crops and ...

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

จิม has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for จิม

 
 
 
 
 
 
 
Dec 16 2:35 AM
 
ลดน้ำหนักได้...ไม่ต้องอด
(Continued)
< Prev
1
2
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่พูดกันง่ายแต่ทำกันยาก นี่อาจเป็นเพราะมีข้อมูลและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการลดน้ำหนักมากมายทำให้ผู้ที่อยากลดน้ำหนักสับสนกับข้อมูล ความเชื่อๆ ผิดอย่างหนึ่ง คือ อาหารประเภทแป้งทำให้อ้วน ตัวแป้งเองไม่ได้ทำให้อ้วน แต่การได้รับแคลอรี่เกินกว่าที่ใช้จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แป้งและโปรตีนมีพลังงาน 4 แคลอรี่ต่อกรัม เทียบกับไขมันที่มี 9 แคลอรี่ต่อกรัม และแอลกอฮอล์ที่มี 7 แคลอรี่ต่อกรัม อาหารประเภทแป้งที่มีไขมันแฝงอยู่มีมากมาย เช่น ขนมปัง ขนมปังกรอบ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต่างๆ โรตี ขนมน้ำกะทิ ขนมทอดกรอบ และอื่นๆ อาหารประเภทแป้งที่มีไขมันสูงนี้มักมีน้ำตาลสูงด้วย และมีแคลอรี่สูง การรับประทานอาหารประเภทนี้เป็นประจำหรือในปริมาณมากนั้นจะทำให้มีพลังงานสะสม และทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ อาหารประเภทแป้งที่มีประโยชน์ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ เส้นต่างๆ เมล็ดถั่วธัญพืช มีวิตามิน แร่ธาตุและไฟเบอร์ ที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้อง ควรเลือกอาหารประเภทแป้งที่มีประโยชน์พวกนี้ เป็นส่วนมาก





วิธีลดน้ำหนักที่กำลังเป็นที่นิยมมากในตอนนี้คือ ไดเอทแบบโปรตีนสูง นั่นคือ อดอาหารประเภทแป้ง รับประทานแต่โปรตีนกับผัก วิธีลดนำหนักแบบนี้จะทำให้น้ำหนักลงได้เร็ว นั่นเป็นเพราะ



ร่างกายขับน้ำออกมามาก คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งทำให้กล้ามเนื้อกักน้ำไว้ เมื่อมีแป้งน้อยน้ำในกล้ามเนื้อจะน้อยลงตามด้วย


เมื่ออดอาหารประเภทแป้ง แคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันจะลดลงด้วย ไม่เพียงแต่งดขนมปัง 2 แผ่น (160 แคลอรี่) เท่านั้น แต่คุณสามารถตัดแคลอรี่จากเนย 2 ช้อนชา (90 แคลอรี่) ที่ตามมาด้วย


อาหารประเภทโปรตีนทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องนาน เพราะใช้เวลาในการย่อยนานจึงทำให้ไม่หิวบ่อย จนกระทั่งคุณมีความอยากอาหารประเภทแป้งอีก ซึ่งก็อาจทำให้คุณเลิกไดเอทได้ง่ายๆ เหมือนกัน มีงานวิจัยพบว่า หลังจาก 1 ปี ผู้ที่ลดน้ำหนักแบบโปรตีนไม่ได้มีน้ำหนักที่ลดลงแตกต่างจากผู้ที่ลดน้ำหนักแบบคาร์โบไฮเดรตสูง ไขมันต่ำแต่อย่างใด ดังนั้นผู้ที่จะลดน้ำหนักควรพิจารณาดูว่า อาหารที่ตนชอบคืออะไร ถ้าชอบรับประทานแป้งก็ไม่ควรไปอด เพราะการลดน้ำหนักจะไม่ประสบความสำเร็จ



One Day Menu เมนูลดน้ำหนัก



มื้อเช้า :



เต้าหู้หลอดกวน ใส่ต้นหอม
มะเขือเทศ (ใช้เต้าหู้1/2 หลอด)
ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
ทาเนยถั่วหรืองาบด 1 ช้อนโต๊ะ
กล้วยน้ำว้า 1 ลูก
กาแฟใส่นมพร่องไขมัน ½ ถ้วยตวง



มื้อเที่ยง :



ขนมจีนน้ำยา 1 ชาม
ผักตามชอบ
แก้วมังกร 1/2 ผล



มื้อบ่าย :



อัลมอนด์ 10 เม็ด



มื้อเย็น :



สลัดยำปลาทูน่า 1 จาน ใช้ปลาทูน่าแพ็คในน้ำ ½ กระป๋อง
มะม่วงสุก 1 ผล
นมพร่องไขมัน 1 ถ้วย



เมนูนี้ให้พลังงาน 1,200 แคลอรี่ พลังงานที่ต้องการในการลดน้ำหนักจะแตกต่างกัน ในแต่ละคน ซึ่งคนส่วนมากได้รับพลังงานต่ำไปกว่า 1,200 แคลอรี่ ถ้าใครตัวสูงหรืออกกำลังกายมาก แนะนำให้เพิ่มพลังงานเป็น 1,500-1,800 แคลอรี่ต่อวัน



อย่าลืมว่าการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วโดยควบคุมจนมากเกินไป ปฏิเสธอาหารที่ตนชอบจะไม่ได้ผลในระยะยาว ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย แต่ในปริมารที่พอเหมาะ จะทำให้น้ำหนักค่อยๆ ลง มีสุขภาพที่ดีด้วย



ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today
 
Dec 15 2:43 AM
 
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น


เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง


เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร้งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก


เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต


เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น


การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ


การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ


การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก


เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น


การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย


วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง


น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น ' นิวตร้าสวีต ' ' อีควล ' ' สปูนฟูล ' ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ ' แบรก อมิโน ' หรือเกลือทะเลแทน


นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร


เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแงดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง


อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)


ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง



โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น


ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น


สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป


มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต


เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง
 
Dec 14 4:20 AM
 
ข่าว IT
ICT เปิดสายด่วน 1212 แจ้งเวบไซด์ไม่เหมาะสม



กระทรวงไอซีทีเดินหน้าจัดตั้งโทรศัพท์สายด่วน 1212 พร้อม อีเมล 1212@mict.mail.go.th รับฟังเรื่องร้องเรียน-เบาะแสเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมจากภาคประชาชน เผยกระทรวงฯ สามารถดำเนินการกับเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสม ผ่านทางศูนย์ ISOC แล้วประมาณ 11,138 URL
ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่าภายหลังจากกระทรวงไอซีทีได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอด ภัยอินเทอร์เน็ต หรือ Internet Security Operation Center : ISOC เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานของหน่วยงานต่างๆ โดยมีเครือข่ายความร่วมมือทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และระดับท้องถิ่น ในการป้องกันและปราบปรามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปัจจุบันกระทรวงฯ สามารถดำเนินการกับเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสมต่างๆ ผ่านทางศูนย์ ISOC แล้วประมาณ 11,138 URL แบ่งเป็นเว็บไซต์ที่กระทบต่อความมั่นคง 8,314 URL เว็บไซต์ที่เผยแพร่ซึ่งข้อมูลเข้าข่ายลามกอนาจาร 2,752 URL และเว็บไซต์เกมการพนัน 72 URL

แต่เนื่องจากมีเว็บไซต์ไม่เหมาะสมมีเป็นจำนวนมากวิธีการที่จะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดำเนินการกับเว็บไซต์เหล่านั้นก็คือ การสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน โดยการรับฟังข้อมูลต่างๆ จากประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม กระทรวงฯ จึงได้จัดตั้งโทรศัพท์สายด่วน 1212 จำนวน 5 คู่สาย เพื่อรับฟังเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชน โดยศูนย์ปฏิบัติการสายด่วน 1212 นี้จะตั้งอยู่ที่เดียวกับศูนย์ ISOC ซึ่งนอกจากสายด่วนแล้วกระทรวงฯ ยังจัดทำอีเมลรับแจ้งข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต คือ 1212@mict.mail.go.th ด้วย

การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐได้รับรู้ถึงข้อมูลบางอย่างที่บุคลากรภาค รัฐอาจจะไม่สามารถดูได้อย่างทั่วถึง กระทรวงฯ จึงต้องการประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุทั้งสายด่วน 1212 และอีเมล 1212@mict.mail.go.th นี้ให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่กำกับดูแลด้วยอีกทางหนึ่ง

สำหรับการดำเนินงานผ่านสายตรงดังกล่าวนั้น เมื่อประชาชนร้องเรียนเข้ามา หรือมีผู้แจ้งเบาะแสต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกไว้ แล้วแบ่งหมวดหมู่ตามภารกิจของศูนย์ ISOC คือ ความมั่นคง ศีลธรรมวัฒนธรรม และเกมการพนัน เมื่อได้รับข้อมูลแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการนำข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผล เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล แล้วจึงดำเนินการสกัดกั้นการเผยแพร่หรือตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดหรือประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 วัน สำหรับเว็บไซต์ไม่เหมาะสมที่เข้าข่ายด้านความมั่นคงหรือมีความผิดชัดแจ้ง ส่วนในกรณีอื่นๆ ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนการปิดกั้นซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน
 
Dec 13 2:20 AM
 
*****เตือนสติคนไทย******(รักในหลวง)

ความสุขของ


พระมหากษัตริย์

หนึ่งปีที่ผ่านมา......

เราใส่ เสื้อเหลือง

เราใส่ สาย รัดข้อมือสีเหลือง

คนนับแสน ไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่ นาที

วัน นั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเชื่อศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อ สัตย์ จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคน ไทย


.....สิบสองปีที่ผ่านมา......

พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกิน ไป

ในขณะ เดียวกันสมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนัก อยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่น กัน

เรา ยังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม พระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวายพระ หัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระ อุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่ กรุงเทพฯเพราะน้ำกำลังท่วม กรุงอยู่

ยังจำกันได้ ไหม?

..... 34 ปีที่ผ่านมา.....

วัน ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิด วิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด

วัน นั้นนิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวน ประท้วงรัฐบาล เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนัก ศึกษาก็เผาสถานที่ราชการเกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกัน เอง

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวน จิตรลดาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคน ว่า “คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับ พลัน”

และ ทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน

หลังจากนั้นไม่นานมีฝรั่งคนหนึ่ง มาถามผม ว่า “เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้ง ประเทศได้อย่างนั้น?”

ผมไม่ได้ ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยค ที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้ สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น 'SOUL OF THE NATION' หรือ “จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ”

ยังจำกัน ได้ ไหม?

แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?

เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่ สุด

เราโกง ทุก ครั้งที่มีโอกาส

เราเรียก ร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “ สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “ หน้าที่”

เรากำลัง ฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

เรา สร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย”

เราเดิน ขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

เราก้าว ร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

และทั้งโลกกำลัง จับตามองเราอยู่

เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า

พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวของเราจะทรงเสียพระทัย เพียงใด?

80 ชันษา ของ พระองค์ท่าน หากเปรียบ กับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแล และ ระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจ แต่ อย่างใด

แต่กลับ เป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษา ของ พระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวาย การ ดูแลของคณะแพทย์


พระองค์ต้องรับ ทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ

ความสุข ของพระมหากษัตริย์พระองค์ นี้ ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ ล้อมด้วยข้าราช บริพาร

หากแต่ ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อ ประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคี กัน รู้จักความพอเพียง และมีสติ- เพียงเท่านี้เอง

แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?

หรือนี่คือการ แสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของ เรา?

ช่วย Forward เตือนสติคน ทั้งประเทศ ด้วย..
 
Dec 13 1:00 AM
 
วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2552
กระทรวง ICT รุกหนักปราบปรามเว็บผิดกฎหมาย แจ้งเบาะแสง่ายๆ ผ่านสายด่วน 1212
Posted by Tualeklek , ผู้อ่าน : 873 , 15:42:45 น.
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที
พิมพ์หน้านี้

ข่าวประชาสัมพันธ์



วันที่ 2 ตุลาคม 2552






ICT รุกอัดเว็บร้าย ตัดตอนสูญเสียนับหมื่นล้านบาท


กระทรวง ICT รุกหนักปราบปรามเว็บผิดกฎหมาย ระดมคนไทยทั่วประเทศ แจ้งเบาะแสง่ายๆ ผ่านสายด่วน 1212 เชื่อเว็บร้ายตายสนิท ก่อนชาติสูญเงินนับหมื่นล้านบาท






ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า กระทรวง ICT มีนโยบายที่จะปราบปรามเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการขยายผลการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้มาตรการด้านกฎหมายสูงสุดกับเว็บไซต์ที่แอบแฝงผิดกฎหมายในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการตักเตือนและตัดตอนเว็บไซต์ที่กำลังจะนำความเสียหาย และเสื่อมเสียเข้ามาในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย



ปัจจุบันเว็บไซต์ผิดกฎหมายได้ส่งผลเสียหายและสูญเสียทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ อาจคิดเป็นมูลค่าประมาณหมื่นล้านบาทต่อปี แม้จะมีการป้องกันปราบปรามมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ปิดเว็บร้ายไปแล้วกว่า 19,000 URL แยกเป็นเว็บที่กระทบต่อความมั่นคง 10,578 URL เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลเข้าข่ายลามกอนาจาร-ขายยาไม่ได้รับใบอนุญาต 8,474 URL และเว็บเกี่ยวกับการพนัน 72 URL ซึ่งหลังจากที่สายด่วน 1212 และอีเมล์ 1212@mict.mail.go.th ได้เปิดให้บริการตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสเว็บอันตรายเข้ามามากกว่า 500 ราย และกระทรวงฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ร้องเรียนอีกกว่า 100 รายที่เผชิญภัยอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถดำเนินการในการปิดกั้นเว็บผิดกฎหมายและพัฒนาการต่อสู้กับเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ยังต้องอาศัยเวลาเพื่อขจัดเว็บไม่หวังดีที่ยังมีอยู่ เพราะจะมีการใช้เทคนิครูปแบบใหม่ ๆ แอบแฝงเข้ามาเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับนานาประเทศ



ดังนั้น กระทรวง ICT จึงได้จัดทำโครงการร่วมพลังคนไทยแจ้งภัยร้ายทางอินเทอร์เน็ตผ่านสายด่วน 1212 ขึ้น เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเร่งปราบปรามเว็บอันตรายให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย ด้วยการจัดกิจกรรมรณรงค์ “สร้างสรรค์โลกออนไลน์ หยุดเว็บร้ายโทร 1212” ไปตามสถานศึกษาในเขตกรุงเทพฯ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้และร่วมสร้างสังคมออนไลน์ของประเทศไทยให้เป็นสังคมที่ปลอดจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมต่อไป



“การปราบปรามจะสำเร็จลุล่วงไปได้นั้น ส่วนสำคัญคือ การร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ที่จะช่วยทำหน้าที่ตรวจสอบ แจ้งเบาะแสมายังกระทรวง ICT โดยเราจะเร่งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศเกี่ยวกับช่องทางการแจ้งเบาะแสเว็บร้ายผ่านสายด่วน 1212 เพื่อกระจายการรับรู้ให้มากที่สุด ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ทีดีที่ทุกคนจากทุกภาคส่วนจะเข้ามามีส่วนร่วมต่อบทบาทสำคัญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไทย อันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ” ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ กล่าว
 
Dec 12 2:40 AM
 
กฎหมาย ICT

By kerokikkok เมื่อ ศุกร์, 13/11/2009 - 16:21 | แก้ไขล่าสุด จันทร์, 30/11/2009 - 15:34
พรบ. คอมพิวเตอร์ พ . ศ . 2550 ซึ่งได้ประกาศ และบังคับใช้แล้วนั้น ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2550 นี้ พวกเราเลยต้อง

มารับรู้กันซะหน่อย ว่าทำอะไรผิด บ้างถึงจะถูกกฎหมายนี้ลงโทษเอาได้ พวกเราจะได้ระวังตัวกัน ไม่เผลอให้อารมณ์ พาไปจนทำผิดล่ะ
1. เจ้าของไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขา แล้วเราแอบเข้าไป ... เจอ คุก 6 เดือน

2. แอบไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้าน แล้วเที่ยวไปเผยแพร่ให้คน อื่นรู้ ... เจอคุกไม่เกินปี

3. ข้อมูลของเขา เขาเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ดี ๆ แล้วแอบไปล้วงของ เขา ... เจอคุกไม่เกิน 2 ปี

4. เขาส่งข้อมูลหากันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบPrivate แล้วเราไปดักจับข้อมูลของเขา ... เจอคุกไม่เกิน 3 ปี

5. ข้อมูลของเขาอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเขาดี ๆ เรากลับมือบอนไปเปลี่ยนมันซะ งั้น ... เจอคุกไม่เกิน 5 ปี

6. ระบบคอมพิวเตอร์ของชาวบ้านทำงานอยู่ดี ๆ เรากลับยิง packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan หรือ worm หรือ อื่นๆมากมาย เข้าไปก่อกวนจนระบบเขาพัง ... เจอคุกไม่เกิน 5 ปี

7. เขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลหรืออีเมลล์จากเราเลย เราก็กลับเซ้าซี้ ส่งให้เขาซ้ำ ๆจนทำให้เขาเบื่อหน่ายรำคาญ ... เจอปรับไม่ เกิน หนึ่งแสนบาท

8. ถ้าเราทำผิดข้อ 5. กับ ข้อ 6. แล้วมันสร้างความพินาศใหญ่โตในระดับรากหญ้า เจอคุกสิบปีขึ้น

9. ถ้าเราสร้างซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ใคร ๆ ทำเรื่องแย่ ๆ ในข้อข้างบน ๆ ได้ ... เจอคุกไม่เกินปีนึง เหมือนกัน

10. โป๊ก็โดน, โกหกก็โดน, เบนโลก็โดน, ท้าทายอำนาจรัฐก็โดน ... เจอคุกไม่ เกิน 5 ปี

ที่มา FW mail
สรุปนะจ๊ะ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราทำไป รบกวน ชาวบ้านเขา หรือ ทำเขาเสียหาย อย่าไปทำมันเถอะจะ จำไว้แค่ว่า เราได้ประโยชน์ คนอื่นก็ต้องไดประโยชน์ และไม่เสียหาย จบเรื่อง
***********************************************

กฎหมาย ICT

By kerokikkok เมื่อ ศุกร์, 13/11/2009 - 16:21 | แก้ไขล่าสุด จันทร์, 30/11/2009 - 15:34
ปัญหาการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ : ทำอย่างไรเมื่อเป็นผู้เสียหาย ?

การดำเนินคดีแพ่ง




ถ้าท่านประสงค์จะฟ้องคดีแพ่งท่านจะต้องฟ้องคดีต่อศาล ศาลที่ท่านจะฟ้องได้

ก็คือศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาล

หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาล คือถ้าท่านรู้ว่าผู้กระทำผิดเป็นใคร ท่านก็

ฟ้องศาลที่ผู้กระทำผิดมีภูมิลำเนาอยู่ ถ้าไม่รู้ว่าใครทำ แต่แน่ใจว่าตัวเองเป็นผู้

เสียหาย ความเสียหายเกิดขึ้นที่ไหนก็ฟ้องศาลที่มีเขตอำนาจในพื้นที่นั้น ซึ่งใน

เรื่องเขตศาลนี้จริง ๆ ยังมีรายละเอียดมากมาย เช่น ในกทม. ก็มีหลายศาล แต่

ละศาลก็รับผิดชอบพื้นที่เพียงไม่กี่เขต รวมถึงถ้าเป็นคดีลิขสิทธิ์ก็ต้องฟ้องที่

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช่ศาลแพ่งธรรมดา ใน

รายละเอียดถ้าท่านประสงค์จะฟ้องคดีคงต้องปรึกษาทนายความจะดีที่สุด

เพราะถ้าไปฟ้องผิดศาลศาลท่านก็จะไม่รับฟ้องแล้วต้องเสียเวลาไปฟ้องใหม่ยัง

ศาลที่มีเขตอำนาจอีก สำหรับกรณีที่ท่านเห็นว่าความเสียหายที่ท่านได้รับเป็น

มูลค่าไม่เกิน 40,000 บาท ตามกฎหมายเขาเรียกว่า "คดีมโนสาเร่" ท่าน

ฟ้องร้องจำเลยต่อศาลได้โดยไม่ต้องใช้ทนายความ แต่ถ้าจะฟ้องก็คงต้อง

ปรึกษากับนิติกร (เจ้าหน้าที่กฎหมาย) ประจำศาลถึงประเด็นในเรื่องแต่อำนาจ

ศาล
 
Dec 12 2:39 AM
 
การดำเนินคดีอาญา


ถ้าท่านประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด ไม่

ว่าจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ หมิ่นประมาท


หรือเรื่องอื่น ๆ ท่านมีทางเลือก 2 ทาง คือแจ้งความกับเจ้า

หน้าที่ตำรวจ หรือ ฟ้องคดีเอง



1. แจ้งความ


การแจ้งความนี้ผู้เสียหายทำได้ทั้งในความผิดต่อส่วนตัวและความผิดอาญา

แผ่นดิน ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ เช่นเรื่อง

ลิขสิทธิ์กับ หมิ่นประมาทนั้น การไปแจ้งความเขาเรียกเป็น

ภาษากฎหมายว่า " ร้องทุกข์" แต่ถ้าเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความ


ไม่ได้



การที่ไปแจ้งความเขาจะเรียกว่า "กล่าวโทษ" ครับ การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ

นี้ก็ต้องกระทำที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่ผู้กระทำผิดมีภูมิลำเนา (กรณีที่ท่านรู้

หรือสงสัยว่าใครทำผิด) หรือในท้องที่ที่ความผิดเกิด ถ้าเป็นความผิดอันยอม

ความได้ท่านต้องแจ้งความกับตำรวจภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ถึงการกระทำผิด

และรู้ตัวกระทำผิด มิฉะนั้นตำรวจเขาจะไปเอาผิดกับผู้ทำผิดไม่ได้


ส่วนถ้าเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดินก็มีอายุความนานกว่านั้น ซึ่งจะสั้นยาว


ประการใดก็แตกต่างไปตามอัตราโทษ


เมื่อท่านไปแจ้งความกับตำรวจแล้ว ตำรวจก็จะทำการสืบสวนสอบสวนแล้วส่ง

สำนวนต่อให้อัยการ ถ้าอัยการเห็นมีพยานหลักฐานพอที่จะเอาผิดผู้กระทำผิด

ได้ก็จะสั่งฟ้อง ซึ่งอัยการจะทำหน้าที่เป็นโจทก็แทนท่านจนคดีเสร็จสิ้น


2. ฟ้องคดีต่อศาล

กรณีที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้โดยตรง ก็มีเฉพาะแต่ความผิดอันยอมความได้

หรือความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้นครับ ความผิดอาญาแผ่นดินท่านจะไปฟ้องคดี

เองไม่ได้ต้องแจ้งความอย่างเดียวครับ ส่วนศาลที่จะฟ้องคดีได้หลักการก็

เหมือนศาลในคดีแพ่งครับคือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาลหรือศาลที่มูล

คดีเกิดขึ้นในเขตศาลเพียงแต่ศาลที่จะฟ้องในกรณีนี้ต้องเป็นศาลที่มีอำนาจ

พิจารณาคดีอาญาเท่านั้นครับ ในกรณีของการละเมิดลิขสิทธิ์น่ะไม่มีปัญหา

เพราะศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณา

พิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาครับ

การฟ้องคดีต่อศาลโดยตรง ท่านก็ต้องฟ้องภายในอายุความ 3 เดือนนับแต่รู้

ถึงการกระทำผิดและรู้ผู้กระทำผิดเช่นกันครับ

เป็นไงครับ ก็คงจะเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่านทราบเป็นเบื้องต้นนะครับว่าถ้าตก

เป็นผู้เสียหายแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ยังไงถ้าตกเป็นผู้เสียหายจริงๆ ก็ควร

ปรึกษากับนักกฎหมายหรือทนายความเพื่อความรอบคอบอีกครั้งหนึ่งก่อน

ตัดสินใจดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนะครับ
 
Dec 11 12:05 AM
 
เรื่องของกลิ่นปาก
กลิ่นปากคือลมหายใจที่ผ่านช่องปากมีกลิ่นเหม็นเป็นครั้งคราวหรือมีกลิ่นตลอดเวลาก็ได้ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่ามีกลิ่นปาก อาจทดสอบด้วยตัวเองด้วยการใช้มือบังบริเวณปากและจมูก แล้วหายใจออกทางปาก ตามด้วยหายใจเข้าทางจมูกก็จะได้กลิ่นปาก

article : พญ.สมศรี ประยูรวิวัฒน์ อายุรแพทย์ แปลและเรียบเรียง





สาเหตุ




อนามัยช่องปากไม่ดี มีเศษอาหารค้างในช่องปากเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากฟันผุ เหงือกอักเสบ การแปรงฟันไม่สะอาด ไม่ได้ใช้ไหมขัดฟันหลังกินอาหาร จึงมีเศษอาหารค้างอยู่ในช่องปาก ซอกฟัน นอกจากนี้ยังเกิดจากคราบแบคทีเรียที่เกาะตามฟัน เหงือก ลิ้น ซอกฟันเก ฟันปลอมและอุปกรณ์ทางทันตกรรม เมื่อเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ เลือดออกตามไรฟันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปาก

บุหรี่ คราบสารนิโคติน และทาร์ (tar) ในบุหรี่ที่เคลือบตามฟันและติดแน่นอยู่กับเหงือก ช่องปากและปอด ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น

สุขภาพทั่วไป กลิ่นปากอาจเกิดจากโรคต่างๆ เช่น ทอนซิลอักเสบ ปอดอักเสบ แผลในช่องปาก ไซนัสอักเสบ ไข้หวัด โรคของกระเพาะอาหาร ยาบางชนิด

อาหาร โดยเฉพาะเครื่องเทศ กระเทียม หอม สุรา ซึ่งจะมีกลิ่นติดปากประมาณ 1-2 วัน นมและเนยก็มีส่วนให้เกิดกลิ่นปากได้

ปากแห้งอันมีสาเหตุมาจากน้ำลายน้อย เช่น ผู้มีอาชีพใช้เสียง หรือผู้ป่วยภูมิแพ้ที่นอนอ้าปากหายใจทางปากขณะหลับ การเคี้ยวอาหารช่วยให้น้ำลายออกมากขึ้น

อายุ แม้ว่าจะดูแลอนามัยช่องปากเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม อายุที่สูงขึ้นมีส่วนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของต่อมน้ำลาย ผลิตน้ำลายน้อยลง




การดูแลตนเอง กลิ่นปากสามารถหายได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยช่องปากให้ดี หากยังไม่ดีขึ้นควรพบทันตแพทย์



ทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหากลิ่นปากคือ การแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน อีกทั้งพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน

หากมีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟันหรือหลังใช้ไหมขัดฟันเป็นเวลาเกิน 3 สัปดาห์ อาจเกิดจากเหงือกอักเสบ ควรพบทันตแพทย์

ควรแปรงลิ้นให้ถึงโคนลิ้นด้วยแปรงที่อ่อนนุ่มทุกวัน เพราะลิ้นเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียเช่นกัน พบว่าผู้ที่แปรงลิ้นมีกลิ่นปากน้อยกว่าผู้ที่แปรงฟันโดยไม่แปรงลิ้น

ผู้ที่สูบบุหรี่ควรหยุดสูบบุหรี่ทันที กลิ่นปากจะหมดไปหลังหยุดสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์

ดื่มน้ำปริมาณมากเพื่อป้องกันปากแห้ง

กินผักสดและผลไม้ที่มีกากใยอาหาร เป็นการช่วยทำความสะอาดฟัน

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น หอม กระเทียม เครื่องเทศ

น้ำยาบ้วนปาก ยาอม และสเปรย์ดับกลิ่นปาก ช่วยบดบังหรือระงับกลิ่นปากได้ชั่วคราว ไม่ควรอมยาอมที่มีรสหวานเพราะเป็นเหตุให้แบคทีเรียเติบโตดี ส่งผลให้ฟันผุและเกิดกลิ่นปากมากขึ้น

ทำความสะอาดฟันปลอมทุกคืนตามคำแนะนำของทันตแพทย์

ไม่ควรงดอาหารบางมื้อเพราะการเคี้ยวช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำลาย



การรักษา




ตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ

ส่งไปพบแพทย์ หากสาเหตุของกลิ่นปากไม่ได้เกิดจากปัญหาในช่องปาก



ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

******************************************************






ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 13/08/2007
สกัดกั้นโรคฟันด้วยการขูดหินปูน
เวลาเราคิดถึงหมอฟันส่วนใหญ่จะกลัวการทำฟัน จะไปพบก็ต่อเมื่อมีอาการจริงๆ เช่น ปวดฟันมากๆ คือถ้าไม่มีอาการชี้ชัดก็จะเข้าใจว่าฟันดีไม่เป็นอะไร ที่จริงแล้วการดูแลสุขภาพฟันให้ได้ดีนั้น ต้องใช้หลักในการป้องกันดีกว่าแก้ไข

ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี



เพราะจะช่วยให้ท่านมีสุขภาพฟันดี แล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้อย่างมากค่าทำฟันปัจจุบันนี้ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบค่ารักษาอย่างอื่น และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ




มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทันตแพทย์ทั่วไปมักแนะนำอยู่เสมอ คือการตรวจเช็คฟันทุก 6 เดือน อันนี้ต้องย้ำกันบ่อยๆ ครับ. ..ตรวจทำไมถ้าไม่มีอาการบางท่านอาจสงสัย จริงๆ แล้วโรคบางโรคเริ่มต้นจากการไม่มีอาการให้เห็นเด่นชัด เช่น โรคเหงือกอักเสบ แต่จะมีอาการขัดจนเรารู้สึกผิดปกติก็การขยายตัวของโรคเป็นไปมากแล้ว และการรักษาก็สลับซับซ้อนมากขึ้น การตรวจฟันทุก 6 เดือนช่วยให้เราพบว่ามีฟันผุหรือไม่ ถ้าพบฟันผุก็จะเห็นตั้งแต่รูเล็กๆ แผลไม่โตอุดง่าย ค่าใช้จ่ายน้อย





หรือการตรวจฟันทุก 6 เดือนก็พอดีช่วงเวลาของการทำความสะอาดฟัน ขูดฟินปูน ทุก 6 เดือน ช่วยลดการจับของคราบหินปูนกับตัวฟัน หากเราปล่อยให้หินปูนเกาะฟันแน่นขึ้นเรื่อยๆ หินปูนจะลงไปเกาะที่รากฟัน ลึกลงไปเรื่อยๆ แบคทีเรียก็ตามไปทำลายกระดูกรอบๆ รากฟัน ฟันโยก เสียวฟัน เกิดช่องว่างระหว่างฟันและเหงือก เป็นคล้ายๆ กระเป๋ากักเก็บเศษอาหารแปรงยากมาก ถ้ามาถึงระดับนี้แล้ว การรักษาก็ยากขึ้นด้วย ตอนนี้ขูดหินปูนธรรมดาก็เอาไม่อยู่แล้ว อาจต้องมีการทำผ่าตัดร่วมด้วย แต่อีกนั่นแหละอาการเหล่านี้มันค่อยเป็นค่อยไปจนเราไม่รู้สึกอะไรเลย




ดังนั้นการขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือนจะช่วยลดประมาณการจับของหินปูน ช่วยลดการลุกลามของโรคเหงือก ช่วยลดคราบอาหาร คราบกาแฟสีดำๆ ที่ติดตามตัวฟันทำให้ฟันสะอาดขึ้นโดยปริยาย แต่เรื่องสีของฟันก็ยังคงเป็นสีฟันเดิม โดยข้อเท็จจริงสีของฟันคนเราจะมีหลายสีหลายโทน เช่น ขาวเหลือง ขาวเทา ขาวน้ำตาล ขาวชมพู การขูดหินปูนทำให้ฟันสะอาดขึ้นแต่ไม่ได้ไปเปลี่ยนสีฟันธรรมชาติ อย่าเข้าใจผิดว่าขูดหินปูนแล้วฟันจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขึ้นโดยอัตโนมัติ ถ้าเราต้องการเปลี่ยนสีฟันให้ขาวขึ้น จะต้องใช้วิธีการฟอกสีฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะมีน้ำยาพิเศษฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น




ลองนึกดูสิครับว่าครั้งสุดท้ายคุณไปพบทันตแพทย์เมื่อไร 6 เดือนที่แล้ว หรือนานมากจนจำไม่ได้ สุขภาพฟันสำคัญไม่ด้อยกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกายนะครับ อย่าละเลย



ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today
 
Dec 10 11:31 PM
 
คงไม่สายเกินไป หากจะส่งข้อความนี้ให้ทุกๆคนได้อ่าน



อยากให้ทุกคนได้อ่านและตระหนักถึงความสำคัญของ “ เธอ ”


อ่านแล้วอย่าร้องเหมือนเรานะ...

ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ

ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน
ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
' จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง '
' กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย '
' รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง '
' ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ '
ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ
ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
' เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ
แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน ' ' ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง '
' เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย ' ' วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง ' ' อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ '
โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ
แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ
โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว
ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง
จนกระทั่งวันนั้น ' ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย '
' เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ '
' แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ '
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
' โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย '
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
' และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่ '
หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น
ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น
และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ
หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา ' ผม '
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
ผู้หญิงคนเดียวที่ผม สามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
คนเดียวในโลก ที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม
' และ คนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต '
ในบางครั้งประโยคที่ว่า ' ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว '
มันก็ไม่เป็นความจริง ' เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว '
อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม
หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น
หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
' เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป '
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว


' ในเมื่อเรามีความรักอันเต็มเปี่ยมจากครอบครัว
แล้วทำไมต้องไปขอเศษเสี้ยวจากใคร '







ส่งต่อไปเรื่อยๆเถอะนะครับ









ถ้าคุณไม่อยากให้ใครๆ









อีกหลายคนเป็นเหมือนผม
 
Dec 9 5:27 AM
 
พ่อของลูก แบบที่ดีๆ
5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นวันสำคัญยิ่งสูงสุดของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และนอกจากนี้ นับตั้งแต่ ปี 2523 เรื่อยมา วันที่ 5 ธันวาคมยังถูกกำหนดให้เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ด้วย...

เป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึง “ความสำคัญของพ่อ”

และยุคนี้ทั้ง “ลูก” และ “พ่อ” ต่างก็ควรตระหนัก !!

ทั้งนี้ สังคมไทยยุคปัจจุบันมีเรื่องราวร้าย ๆ ทั้งที่ลูกทำกับพ่อ และที่พ่อทำกับลูก เกิดขึ้นมากมาย จนชวนให้คิดว่าคำว่า “ลูกที่ดีของ พ่อ” และ “พ่อที่ดีของลูก” ได้เลือนรางจางหายไปมากเหลือเกิน เป็นการเลือนรางจางหายที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์น่าตระหนก-น่าเสียใจบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าฉุกคิด และควรต้องฟื้นฟู

กล่าวสำหรับการเป็น “ลูกที่ดีของพ่อ” ทั้งสำหรับลูกที่ยังเป็นเด็ก และที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หัวใจสำคัญอาจเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนสับสนถามถึง ว่าในรายละเอียดควรจะต้องทำอย่างไร ? แต่ทั้งนี้... จริง ๆ แล้วก็มิได้มีอะไรมาก ก็อยู่ภายใต้การประพฤติปฏิบัติตนไม่กี่ด้านที่รู้-ที่ได้ยินกันมานานแล้ว อย่างเช่นที่ ทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 หนึ่งในคณะราษฎรสายพลเรือน และขบวนการเสรีไทย เคยเขียนจดหมายถึงลูกชาย และภายหลังมีการรวบรวมไว้ในหนังสือชื่อ “พ่อสอนลูก” กับ “หลักปฏิบัติ 3 ประการ” ก็ถือว่าครอบคลุม

หลักปฏิบัติ 3 ประการเพื่อเป็น “ลูกที่ดี” ที่ว่านี้ก็คือ... 1.การประพฤติตัวดีและมีนิสัยดี 2.การมีความขยันหมั่นเพียรและมานะอดทน 3.การรู้จักศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้

“การประพฤติตัวดีและมีนิสัยดี การมีความขยันหมั่นเพียรและมานะอดทน และการรู้จักศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ ทั้ง 3 ประการนี้เรียกว่า กรรมดี ที่จะต้องปฏิบัติให้ได้ ถ้าลูกทำความดีทั้ง 3 ประการนี้ได้ดังคำสอนของพ่อแล้ว ก็จะมีความสุขความเจริญมั่งคั่งสมบูรณ์ มีคนนิยมรักใคร่และยกย่องสรรเสริญ ...” ...เป็นเนื้อหาตอนหนึ่งจากจดหมายของอดีตนายกฯคนที่ 5ของประเทศไทยที่เขียนถึงลูก

เป็น “ลูกที่ดีของพ่อ” โดยทำให้ตนเองเป็นคนดี-ได้ดี

ทำได้เช่นนี้เรื่องร้าย ๆ ที่ลูกทำกับพ่อก็จะไม่เกิดขึ้น !!

จากประเด็นลูกที่ดีของพ่อ ต่อเนื่องด้วย “พ่อที่ดีของลูก” ประเด็นนี้ก็สำคัญมากสำหรับสังคมไทยยุคนี้ ซึ่งกับเรื่องนี้ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตติยาลัย ก็เคยสะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ไว้ ภายใต้หัวข้อ “พ่อที่ดี... กับสถานการณ์เมืองไทยในยุคปัจจุบัน”

ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านชี้แนะไว้ สรุปได้ว่า... หน้าที่ของพ่อตาม หลักทิศ 6 นั้น พ่อมีหน้าที่ต่าง ๆ เช่น สอนให้ลูกละจากความชั่ว, สอนให้เป็นคนดี, ให้การศึกษา, ดูแลเรื่องสร้างครอบครัวของลูก, จัดสรรมรดกให้ตามสมควร นอกจากนี้ พ่อยังต้องมีหน้าที่ เป็นครูคนแรกของลูก ซึ่งปัจจุบันนอกจากพ่อจะไม่ค่อยเลี้ยงลูกแล้ว ยังไม่สอนลูกอีกด้วย ทำให้เยาวชนไทยจำนวนหนึ่งต้องกลายเป็นคนด้อยคุณภาพของสังคม

การสอนลูกนั้นคือสอนให้รู้ดีและรู้ชั่วด้วย ซึ่งทุกวันนี้เยาวชนไทยรู้ดีไปทุกอย่าง แต่มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว โดยผู้เป็นพ่อต้องเป็นมัคคุเทศก์ทางจิตวิญญาณให้ลูก ต้องเป็นเหมือนโทรทัศน์วงจรปิด ถ่ายทอดทุกอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด ให้ลูกได้ยิน-ได้เห็น พ่อจึงต้องแสดงออกอย่างระมัดระวัง มีความรับผิดชอบ

พ่อต้องเป็นพระพรหมของลูก คือมีเมตตา เลี้ยงดูลูก, มีกรุณา ช่วยเหลือลูก, มีมุทิตา ส่งเสริมลูกในสิ่งที่ดี, มีอุเบกขา เมื่อลูกทำผิดต้องวางใจเป็นกลาง ให้ลูกรับความผิดอย่างสง่าผ่าเผย

ท่าน ว.วชิรเมธี ยังบอกถึงสิ่งที่พ่อที่ดีควรจะสอนลูก โดยยึดโยงอยู่กับสภาพสังคมไทยปัจจุบันไว้อีกว่า... ต้องสอนลูกให้เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น, สอนให้ลูกเป็นผู้ให้, สอนให้ลูกรู้ในสิ่งที่ดีแล้วทำ รู้ในสิ่งที่ชั่วแล้วเว้น สอนให้ละอายใจต่อการทำชั่ว เพราะทุกวันนี้เส้นแบ่งทางจริยธรรมในสังคมไทยขาดระเนนระนาดไปหมด, สอนให้ลูกยึดมั่นในความจริง ไม่ปลิ้นปล้อน และพ่อต้องสอนให้ลูกรู้จักคบคนดีเป็นกัลยาณมิตร

พ่อต้องสอนลูกให้รู้ดี-รู้ชั่วซึ่งเป็นพื้นฐานการเป็นคนดี, สอนให้อย่าคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ หมายถึงความซื่อสัตย์ เพราะสังคมไทยล่มสลายเพราะคอร์รัปชั่นกลายเป็นวัฒนธรรม, สอนให้รักความยุติธรรม ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้, สอนให้มีหัวใจประชาธิปไตย เรียนรู้ที่จะอยู่กับความคิดเห็นที่แตกต่าง

“และที่สำคัญคือ พ่อที่ดีต้องประพฤติตนให้เป็นเสมือนพระอรหันต์ของลูก พ่อต้องเป็นคนดีที่ลูกภูมิใจ และลูกรู้สึกว่าเป็นเกียรติที่ได้เป็นลูกของพ่อ ผู้ที่เป็นลูกจะเป็นคนดีหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพ่อเป็นสำคัญด้วย !!” ...ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้แนะทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเป็น “พ่อที่ดีของลูก”

ผ่าน “วันพ่อแห่งชาติ” มาแล้ว...แต่ก็อย่าปล่อยผ่านเลย

“ลูกที่ดีของพ่อ-พ่อที่ดีของลูก” ในสังคมไทย...กำลังขาด

ต้องตระหนัก “ต้องช่วยกันสร้าง” เพิ่ม...อย่างเร่งด่วน !!.
 
Dec 9 5:26 AM
 
พ่อของลูก แบบที่ดีๆ
5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นวันสำคัญยิ่งสูงสุดของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และนอกจากนี้ นับตั้งแต่ ปี 2523 เรื่อยมา วันที่ 5 ธันวาคมยังถูกกำหนดให้เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ด้วย...

เป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึง “ความสำคัญของพ่อ”

และยุคนี้ทั้ง “ลูก” และ “พ่อ” ต่างก็ควรตระหนัก !!

ทั้งนี้ สังคมไทยยุคปัจจุบันมีเรื่องราวร้าย ๆ ทั้งที่ลูกทำกับพ่อ และที่พ่อทำกับลูก เกิดขึ้นมากมาย จนชวนให้คิดว่าคำว่า “ลูกที่ดีของ พ่อ” และ “พ่อที่ดีของลูก” ได้เลือนรางจางหายไปมากเหลือเกิน เป็นการเลือนรางจางหายที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์น่าตระหนก-น่าเสียใจบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าฉุกคิด และควรต้องฟื้นฟู

กล่าวสำหรับการเป็น “ลูกที่ดีของพ่อ” ทั้งสำหรับลูกที่ยังเป็นเด็ก และที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หัวใจสำคัญอาจเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนสับสนถามถึง ว่าในรายละเอียดควรจะต้องทำอย่างไร ? แต่ทั้งนี้... จริง ๆ แล้วก็มิได้มีอะไรมาก ก็อยู่ภายใต้การประพฤติปฏิบัติตนไม่กี่ด้านที่รู้-ที่ได้ยินกันมานานแล้ว อย่างเช่นที่ ทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 หนึ่งในคณะราษฎรสายพลเรือน และขบวนการเสรีไทย เคยเขียนจดหมายถึงลูกชาย และภายหลังมีการรวบรวมไว้ในหนังสือชื่อ “พ่อสอนลูก” กับ “หลักปฏิบัติ 3 ประการ” ก็ถือว่าครอบคลุม

หลักปฏิบัติ 3 ประการเพื่อเป็น “ลูกที่ดี” ที่ว่านี้ก็คือ... 1.การประพฤติตัวดีและมีนิสัยดี 2.การมีความขยันหมั่นเพียรและมานะอดทน 3.การรู้จักศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้

“การประพฤติตัวดีและมีนิสัยดี การมีความขยันหมั่นเพียรและมานะอดทน และการรู้จักศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ ทั้ง 3 ประการนี้เรียกว่า กรรมดี ที่จะต้องปฏิบัติให้ได้ ถ้าลูกทำความดีทั้ง 3 ประการนี้ได้ดังคำสอนของพ่อแล้ว ก็จะมีความสุขความเจริญมั่งคั่งสมบูรณ์ มีคนนิยมรักใคร่และยกย่องสรรเสริญ ...” ...เป็นเนื้อหาตอนหนึ่งจากจดหมายของอดีตนายกฯคนที่ 5ของประเทศไทยที่เขียนถึงลูก

เป็น “ลูกที่ดีของพ่อ” โดยทำให้ตนเองเป็นคนดี-ได้ดี

ทำได้เช่นนี้เรื่องร้าย ๆ ที่ลูกทำกับพ่อก็จะไม่เกิดขึ้น !!

จากประเด็นลูกที่ดีของพ่อ ต่อเนื่องด้วย “พ่อที่ดีของลูก” ประเด็นนี้ก็สำคัญมากสำหรับสังคมไทยยุคนี้ ซึ่งกับเรื่องนี้ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตติยาลัย ก็เคยสะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ไว้ ภายใต้หัวข้อ “พ่อที่ดี... กับสถานการณ์เมืองไทยในยุคปัจจุบัน”

ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านชี้แนะไว้ สรุปได้ว่า... หน้าที่ของพ่อตาม หลักทิศ 6 นั้น พ่อมีหน้าที่ต่าง ๆ เช่น สอนให้ลูกละจากความชั่ว, สอนให้เป็นคนดี, ให้การศึกษา, ดูแลเรื่องสร้างครอบครัวของลูก, จัดสรรมรดกให้ตามสมควร นอกจากนี้ พ่อยังต้องมีหน้าที่ เป็นครูคนแรกของลูก ซึ่งปัจจุบันนอกจากพ่อจะไม่ค่อยเลี้ยงลูกแล้ว ยังไม่สอนลูกอีกด้วย ทำให้เยาวชนไทยจำนวนหนึ่งต้องกลายเป็นคนด้อยคุณภาพของสังคม

การสอนลูกนั้นคือสอนให้รู้ดีและรู้ชั่วด้วย ซึ่งทุกวันนี้เยาวชนไทยรู้ดีไปทุกอย่าง แต่มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว โดยผู้เป็นพ่อต้องเป็นมัคคุเทศก์ทางจิตวิญญาณให้ลูก ต้องเป็นเหมือนโทรทัศน์วงจรปิด ถ่ายทอดทุกอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด ให้ลูกได้ยิน-ได้เห็น พ่อจึงต้องแสดงออกอย่างระมัดระวัง มีความรับผิดชอบ

พ่อต้องเป็นพระพรหมของลูก คือมีเมตตา เลี้ยงดูลูก, มีกรุณา ช่วยเหลือลูก, มีมุทิตา ส่งเสริมลูกในสิ่งที่ดี, มีอุเบกขา เมื่อลูกทำผิดต้องวางใจเป็นกลาง ให้ลูกรับความผิดอย่างสง่าผ่าเผย

ท่าน ว.วชิรเมธี ยังบอกถึงสิ่งที่พ่อที่ดีควรจะสอนลูก โดยยึดโยงอยู่กับสภาพสังคมไทยปัจจุบันไว้อีกว่า... ต้องสอนลูกให้เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น, สอนให้ลูกเป็นผู้ให้, สอนให้ลูกรู้ในสิ่งที่ดีแล้วทำ รู้ในสิ่งที่ชั่วแล้วเว้น สอนให้ละอายใจต่อการทำชั่ว เพราะทุกวันนี้เส้นแบ่งทางจริยธรรมในสังคมไทยขาดระเนนระนาดไปหมด, สอนให้ลูกยึดมั่นในความจริง ไม่ปลิ้นปล้อน และพ่อต้องสอนให้ลูกรู้จักคบคนดีเป็นกัลยาณมิตร

พ่อต้องสอนลูกให้รู้ดี-รู้ชั่วซึ่งเป็นพื้นฐานการเป็นคนดี, สอนให้อย่าคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ หมายถึงความซื่อสัตย์ เพราะสังคมไทยล่มสลายเพราะคอร์รัปชั่นกลายเป็นวัฒนธรรม, สอนให้รักความยุติธรรม ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้, สอนให้มีหัวใจประชาธิปไตย เรียนรู้ที่จะอยู่กับความคิดเห็นที่แตกต่าง

“และที่สำคัญคือ พ่อที่ดีต้องประพฤติตนให้เป็นเสมือนพระอรหันต์ของลูก พ่อต้องเป็นคนดีที่ลูกภูมิใจ และลูกรู้สึกว่าเป็นเกียรติที่ได้เป็นลูกของพ่อ ผู้ที่เป็นลูกจะเป็นคนดีหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพ่อเป็นสำคัญด้วย !!” ...ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้แนะทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเป็น “พ่อที่ดีของลูก”

ผ่าน “วันพ่อแห่งชาติ” มาแล้ว...แต่ก็อย่าปล่อยผ่านเลย

“ลูกที่ดีของพ่อ-พ่อที่ดีของลูก” ในสังคมไทย...กำลังขาด

ต้องตระหนัก “ต้องช่วยกันสร้าง” เพิ่ม...อย่างเร่งด่วน !!.
 
Dec 9 5:26 AM
 
พ่อของลูก แบบที่ดีๆ
5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นวันสำคัญยิ่งสูงสุดของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เป็นช่วงเวลาแห่งการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และนอกจากนี้ นับตั้งแต่ ปี 2523 เรื่อยมา วันที่ 5 ธันวาคมยังถูกกำหนดให้เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ด้วย...

เป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึง “ความสำคัญของพ่อ”

และยุคนี้ทั้ง “ลูก” และ “พ่อ” ต่างก็ควรตระหนัก !!

ทั้งนี้ สังคมไทยยุคปัจจุบันมีเรื่องราวร้าย ๆ ทั้งที่ลูกทำกับพ่อ และที่พ่อทำกับลูก เกิดขึ้นมากมาย จนชวนให้คิดว่าคำว่า “ลูกที่ดีของ พ่อ” และ “พ่อที่ดีของลูก” ได้เลือนรางจางหายไปมากเหลือเกิน เป็นการเลือนรางจางหายที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์น่าตระหนก-น่าเสียใจบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าฉุกคิด และควรต้องฟื้นฟู

กล่าวสำหรับการเป็น “ลูกที่ดีของพ่อ” ทั้งสำหรับลูกที่ยังเป็นเด็ก และที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หัวใจสำคัญอาจเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนสับสนถามถึง ว่าในรายละเอียดควรจะต้องทำอย่างไร ? แต่ทั้งนี้... จริง ๆ แล้วก็มิได้มีอะไรมาก ก็อยู่ภายใต้การประพฤติปฏิบัติตนไม่กี่ด้านที่รู้-ที่ได้ยินกันมานานแล้ว อย่างเช่นที่ ทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 หนึ่งในคณะราษฎรสายพลเรือน และขบวนการเสรีไทย เคยเขียนจดหมายถึงลูกชาย และภายหลังมีการรวบรวมไว้ในหนังสือชื่อ “พ่อสอนลูก” กับ “หลักปฏิบัติ 3 ประการ” ก็ถือว่าครอบคลุม

หลักปฏิบัติ 3 ประการเพื่อเป็น “ลูกที่ดี” ที่ว่านี้ก็คือ... 1.การประพฤติตัวดีและมีนิสัยดี 2.การมีความขยันหมั่นเพียรและมานะอดทน 3.การรู้จักศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้

“การประพฤติตัวดีและมีนิสัยดี การมีความขยันหมั่นเพียรและมานะอดทน และการรู้จักศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ ทั้ง 3 ประการนี้เรียกว่า กรรมดี ที่จะต้องปฏิบัติให้ได้ ถ้าลูกทำความดีทั้ง 3 ประการนี้ได้ดังคำสอนของพ่อแล้ว ก็จะมีความสุขความเจริญมั่งคั่งสมบูรณ์ มีคนนิยมรักใคร่และยกย่องสรรเสริญ ...” ...เป็นเนื้อหาตอนหนึ่งจากจดหมายของอดีตนายกฯคนที่ 5ของประเทศไทยที่เขียนถึงลูก

เป็น “ลูกที่ดีของพ่อ” โดยทำให้ตนเองเป็นคนดี-ได้ดี

ทำได้เช่นนี้เรื่องร้าย ๆ ที่ลูกทำกับพ่อก็จะไม่เกิดขึ้น !!

จากประเด็นลูกที่ดีของพ่อ ต่อเนื่องด้วย “พ่อที่ดีของลูก” ประเด็นนี้ก็สำคัญมากสำหรับสังคมไทยยุคนี้ ซึ่งกับเรื่องนี้ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือท่าน ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตติยาลัย ก็เคยสะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ไว้ ภายใต้หัวข้อ “พ่อที่ดี... กับสถานการณ์เมืองไทยในยุคปัจจุบัน”

ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านชี้แนะไว้ สรุปได้ว่า... หน้าที่ของพ่อตาม หลักทิศ 6 นั้น พ่อมีหน้าที่ต่าง ๆ เช่น สอนให้ลูกละจากความชั่ว, สอนให้เป็นคนดี, ให้การศึกษา, ดูแลเรื่องสร้างครอบครัวของลูก, จัดสรรมรดกให้ตามสมควร นอกจากนี้ พ่อยังต้องมีหน้าที่ เป็นครูคนแรกของลูก ซึ่งปัจจุบันนอกจากพ่อจะไม่ค่อยเลี้ยงลูกแล้ว ยังไม่สอนลูกอีกด้วย ทำให้เยาวชนไทยจำนวนหนึ่งต้องกลายเป็นคนด้อยคุณภาพของสังคม

การสอนลูกนั้นคือสอนให้รู้ดีและรู้ชั่วด้วย ซึ่งทุกวันนี้เยาวชนไทยรู้ดีไปทุกอย่าง แต่มีจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว โดยผู้เป็นพ่อต้องเป็นมัคคุเทศก์ทางจิตวิญญาณให้ลูก ต้องเป็นเหมือนโทรทัศน์วงจรปิด ถ่ายทอดทุกอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่ทำ ทุกคำที่พูด ให้ลูกได้ยิน-ได้เห็น พ่อจึงต้องแสดงออกอย่างระมัดระวัง มีความรับผิดชอบ

พ่อต้องเป็นพระพรหมของลูก คือมีเมตตา เลี้ยงดูลูก, มีกรุณา ช่วยเหลือลูก, มีมุทิตา ส่งเสริมลูกในสิ่งที่ดี, มีอุเบกขา เมื่อลูกทำผิดต้องวางใจเป็นกลาง ให้ลูกรับความผิดอย่างสง่าผ่าเผย

ท่าน ว.วชิรเมธี ยังบอกถึงสิ่งที่พ่อที่ดีควรจะสอนลูก โดยยึดโยงอยู่กับสภาพสังคมไทยปัจจุบันไว้อีกว่า... ต้องสอนลูกให้เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น, สอนให้ลูกเป็นผู้ให้, สอนให้ลูกรู้ในสิ่งที่ดีแล้วทำ รู้ในสิ่งที่ชั่วแล้วเว้น สอนให้ละอายใจต่อการทำชั่ว เพราะทุกวันนี้เส้นแบ่งทางจริยธรรมในสังคมไทยขาดระเนนระนาดไปหมด, สอนให้ลูกยึดมั่นในความจริง ไม่ปลิ้นปล้อน และพ่อต้องสอนให้ลูกรู้จักคบคนดีเป็นกัลยาณมิตร

พ่อต้องสอนลูกให้รู้ดี-รู้ชั่วซึ่งเป็นพื้นฐานการเป็นคนดี, สอนให้อย่าคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ หมายถึงความซื่อสัตย์ เพราะสังคมไทยล่มสลายเพราะคอร์รัปชั่นกลายเป็นวัฒนธรรม, สอนให้รักความยุติธรรม ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้, สอนให้มีหัวใจประชาธิปไตย เรียนรู้ที่จะอยู่กับความคิดเห็นที่แตกต่าง

“และที่สำคัญคือ พ่อที่ดีต้องประพฤติตนให้เป็นเสมือนพระอรหันต์ของลูก พ่อต้องเป็นคนดีที่ลูกภูมิใจ และลูกรู้สึกว่าเป็นเกียรติที่ได้เป็นลูกของพ่อ ผู้ที่เป็นลูกจะเป็นคนดีหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพ่อเป็นสำคัญด้วย !!” ...ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้แนะทิ้งท้ายเกี่ยวกับการเป็น “พ่อที่ดีของลูก”

ผ่าน “วันพ่อแห่งชาติ” มาแล้ว...แต่ก็อย่าปล่อยผ่านเลย

“ลูกที่ดีของพ่อ-พ่อที่ดีของลูก” ในสังคมไทย...กำลังขาด

ต้องตระหนัก “ต้องช่วยกันสร้าง” เพิ่ม...อย่างเร่งด่วน !!.
 
Dec 9 4:38 AM
 
ข้อมูลโดย : นิตยสาร Livingetc ฉบับภาษาไทย, Updated: 10/11/2009
หากหัวใจคล้ายห้องว่าง
คำว่าชีวิตประกอบขึ้นมาจาก "กาย" กับ "ใจ" เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กาย" กับ "นาม" องค์ประกอบทั้งสองของชีวิตนี้ "ใจ" มีความสำคัญมากกว่า "กาย" เพราะ "ใจ" เป็นอย่างไร "กาย" จะเป็นอย่างนั้น


เรื่อง ว.วชิรเมธี
ความสำคัญของใจที่มีผลเหนือกายนั้นมีตัวอย่างมากมาย อภิปรายกันไม่รู้จบ เช่นวันหนึ่งเมื่อมีนักข่าวสัมภาษณ์ว่า ไทเกอร์ วู้ด มีเคล็ดลับในการตีกอล์ฟอย่างไร จึงตีได้แม่นเหมือนจับวางทุกครั้ง เขาตอบสั้นๆ ว่า ผมจินตนาการเห็นลูกกอล์ฟลอยละลิ่วลงหลุมก่อนที่ผมจะเริ่มตีมันเสียอีก" คำตอบของนักกอล์ฟอัจฉริยะสะท้อนว่าใจของเขานั้นไม่ได้สั่งได้เฉพาะกายคือมือของเขาเท่านั้น แม้แต่ไม้ตีกอล์ฟเอง ก็หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เข้าทำนอง กระบี่อยู่ที่ใจ ใจอยู่ในกระบี่ โดยแท้
ครั้งหนึ่งมีการทดลองกันในทางจิตวิทยาว่า ใจสำคัญต่อกายจริงหรือไม่ นักจิตวิทยาร่วมมือกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง ไปตรวจร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักถึงโรงยิม เมื่อไปถึง นายแพทย์ก็ตรวจวัดร่างกายของนักกีฬายกน้ำหนักคนหนึ่ง ซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรงมาก เขากำลังฝึกยกน้ำหนักอยู่พอดี เมื่อไปถึงนายแพทย์ใช้ปรอทวัดไข้อยู่สักพักหนึ่ง รอไม่กี่นาที ท่านก็รายงานด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า นักกีฬาคนนี้กำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะตรวจพบ บางอย่าง ในร่างกาย ขอให้งดการฝึกซ้อม ฃเอาไว้ก่อน พอนายแพทย์พูดจบ นักกีฬาร่างล่ำบึ้กมีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที เขายกน้ำหนักต่อไปไม่ไหว ยกอย่างไรก็ไม่เป็นที่พอใจ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด เขาจึงขออนุญาตลากลับไปพักหลายวัน
ต่อมานายแพทย์และนักจิตวิทยา จึงขอโทษนักกีฬาคนนั้น พร้อมทั้งบอกความจริงว่า ผลการตรวจสุขภาพไม่เป็นอันตรายอย่างที่เป็นกังวลสักนิด ที่แจ้งผลไป ก่อนหน้านั้น เป็นเพียงการทดลองอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งทั้งครูฝึก นักจิตวิทยา และนายแพทย์ร่วมมือกันและรู้กันมาแต่ต้นอยู่แล้ว ทันทีที่ทราบผลว่า ตนไม่เป็นอะไร วันรุ่งขึ้นนักกีฬาคนนั้นก็มาฝึกซ้อมต่อและคราวนี้เขาสดชื่นรื่นเริงอย่างเห็นได้ชัด การทดลองคราวนี้ ก็สะท้อนหลักการที่ว่า ใจเป็นอย่างไร ร่างกายเป็นอย่างนั้น จริงๆ
ความจริง ในชีวิตของคนเรานั้น หากสังเกตให้ดีเราจะพบว่า พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงผลออกมาทางกายนั้น ล้วนได้รับอิทธิพลของใจทั้งสิ้น คนที่มีสีหน้าสดชื่น ผ่องใส ใจเย็นโดยธรรมชาติ (ไม่ใช่ใสเพราะฝีมือหมอ) ก็เพราะลึกๆ แล้ว เขาไม่มีความเครียดเจือปนอยู่ในใจ คนที่หงุดหงิดงุ่นง่าน ก็เพราะในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวล คนที่มีพฤติกรรมฉ้อฉล คอรัปชั่น ก็เพราะใจเขามี ไถยจิต ซึ่งแปลว่า จิตที่มีธาตุแห่งความเป็น หัวขโมย แฝงอยู่ คนที่สู้ชีวิต ก็เพราะใจเขาเปี่ยมด้วย ปรักกมธาตุ ซึ่งแปลว่า ใจนักสู้ อยู่ข้างใน ส่วนคนที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน ก็เพราะข้างในของเขา หมักหมมอยู่ด้วยไฟริษยานั่นเอง นอกเป็นอย่างไร ก็สะท้อนว่าใจเป็นอย่างนั้น กาย จึงเป็นเหมือนเงาสะท้อนของใจ
ใจ ของเรานั้น ไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เมื่อเราใส่อะไรเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่านั้น สถานภาพของห้องก็จะเปลี่ยนไปทันที เป็นต้นว่า เรามีห้องว่าง
เปล่าอยู่ห้องหนึ่ง เมื่อ - -

เราใส่น้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน้ำ
เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ
เราใส่เครื่องมือปรุงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว
เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องนอน
เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก
เราใส่บุคคลสำคัญเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องวีไอพี

ห้องแห่งหัวใจของเราก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย ทุกครั้งที่เราบรรจุอะไรเข้าไปในใจ ใจของเราก็จะเปลี่ยนสถานภาพเหมือนกัน

เราใส่ความเมตตาเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจดี
เราใส่ธรรมะเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจบุญ
เราใส่ความโกรธเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจร้อน
เราใส่ความเลวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจทราม
เราใส่ความกลัวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจเสาะ
เราใส่ความเป็นนักสู้เข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจสู้
เราใส่ความขาดสติเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจลอย
เห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ว่า ใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกาย เป็นสิ่งที่คอยออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปอย่างไรก็ได้
พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า
ใจเป็นนาย ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้สร้างสรรค์...
หรือบางทีก็ตรัสว่า จิตฺเตน นียติ โลโก แปลว่า โลกหมุนไปตามใจสั่งการ โลกในที่นี้ หมายถึง ชีวิตของเรานั่นเอง โลกคือชีวิต จะหมุนซ้าย หมุนขวา หมุนตรงหรือหมุนเอียง หมุนไปข้างหน้า หรือว่าหมุนไปข้างหลัง ทั้งหลายทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใจทั้งหมดทั้งสิ้น
ใจของเราไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เราบรรจุอะไรลงไป ชีวิตของเราก็เป็นไปตามสิ่งที่บรรจุนั้น ทุกวันนี้ เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า เราบรรจุอะไร ลงไปในห้องแห่งหัวใจของเราบ้าง ความรู้ ความงมงาย ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความดี ความชั่ว ความริษยา ความหน้าด้าน ความสะอาด สว่าง สงบ หรือความตื่นรู้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร รุ่งโรจน์หรือร่วงโรย ขึ้นสูงหรือลงต่ำ สำคัญที่เราบรรจุอะไรลงไปในใจของเราเอง
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Livingetc ฉบับภาษาไทย

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks